Cannes 2010 แต่ยังดูใหม่: เมื่อ Zoo Records เปลี่ยน QR Code ธรรมดาให้กลายเป็นเกมตามหาเสียงเพลง

Cannes 2010 แต่ยังดูใหม่: เมื่อ Zoo Records เปลี่ยน QR Code ธรรมดาให้กลายเป็นเกมตามหาเสียงเพลง

Campaign จากปี 2010 ที่ยังดูเหมือน Campaign ของวันนี้

ผมเจอเคสหนึ่งที่น่าสนใจมาก

เป็น Campaign ของ Zoo Records ร้านเพลง Indie ในฮ่องกง ที่ทำโดย Leo Burnett Hong Kong ในปี 2010

Technology หลักที่ใช้คือ QR Code

แค่นั้นเลยครับ

ไม่มี AI ไม่มี AR ไม่มี Machine Learning ไม่มี Personalization Engine

แต่ Campaign นี้กลับคว้า Gold Lion ที่ Cannes Lions 2010 ในหมวด Direct Response Digital: Mobile Marketing และถูกพูดถึงในฐานะงานที่ใช้ Mobile Technology ได้อย่างน่าสนใจมากในเวลานั้น

สิ่งที่ผมว่าน่าสนใจกว่ารางวัลคือ

ถ้าเอา Idea นี้มาวางวันนี้ มันก็ยังไม่รู้สึกเก่า

คำถามคือ ทำไม?

เพราะสิ่งที่ทำให้ Campaign นี้ฉลาด ไม่ใช่ QR Code

แต่คือ วิธีที่ทีมออกแบบให้ QR Code กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Experience

เมื่อเสียงของ Indie Music กำลังถูกซ่อนอยู่ในเมือง

สัตว์ที่ประกอบจาก QR Code ของ Hidden Sound Campaign ซ่อนอยู่ทั่วเมือง Hong Kong สื่อว่าเพลง Indie ถูกซ่อนไว้ให้คนค้นพบ

ย้อนกลับไป Hong Kong ปี 2010

โจทย์ของ Zoo Records ไม่ใช่แค่ “อยากขายเพลงให้ได้มากขึ้น”

Agency อธิบายปัญหาในตอนนั้นว่า Television, Radio และช่องทางหลักต่างๆ ถูกครอบครองโดยค่ายเพลงขนาดใหญ่ ขณะที่เสียงของ Independent Music แทบไม่มีพื้นที่ให้ถูกค้นพบ

นี่ทำให้ Zoo Records มีปัญหาที่น่าสนใจมาก

เพราะถ้าคุณเป็นค่ายใหญ่ คุณสามารถซื้อ Media เพื่อบอกคนได้ว่า

“นี่คือเพลงใหม่ที่คุณควรฟัง”

แต่ถ้าคุณเป็นร้านเพลง Alternative ที่ไม่มี Media Power แบบนั้น คุณจะทำอย่างไร?

Zoo Records เลือกไม่แข่งด้วยวิธีเดียวกัน

แทนที่จะพยายามทำให้เสียงของ Indie Music “ดังขึ้น”

พวกเขากลับมองว่า

เสียงของ Independent Music กำลังซ่อนอยู่ในเมือง และกำลังรอให้คนค้นพบ

นี่คือจุดเริ่มต้นของ Hidden Sound Campaign

คนไม่ได้อยากถูกบอกว่าเพลงไหนดี แต่อยากรู้สึกว่า “เราเป็นคนค้นพบมัน”

สิ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจคือ Campaign นี้ไม่ได้พยายามสร้างพฤติกรรมแบบ Media ปกติ

Media ปกติทำงานประมาณนี้

Brand → Message → Audience

แบรนด์บอกว่าเพลงนี้ดี

คนเห็น

คนฟัง

แต่ Hidden Sound กลับเปลี่ยนโครงสร้างเป็น

City → Clue → Discovery → Music

คนไม่ได้ถูกบอกว่า

“นี่คือวง Indie ที่คุณควรฟัง”

แต่เจออะไรบางอย่างในเมือง แล้วเกิดคำถามว่า

“นี่มันคืออะไร?”

จากนั้นจึงต้อง Scan เพื่อค้นหาคำตอบ

ผมว่าความต่างเล็กๆ ตรงนี้สำคัญมาก

เพราะมันเปลี่ยนบทบาทของคนจาก Audience เป็น Explorer

และเมื่อคนเป็นคนค้นพบเอง สิ่งที่ค้นพบก็ไม่ได้รู้สึกเหมือน Advertisement เท่าเดิม

เมื่อ QR Code ไม่ได้พาคนไปหาเพลง แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของเกม

Journey ของ Hidden Sound Campaign จาก Find Scan Discover Listen Buy ถึง Share ผ่านการสแกน QR Code

ทีม Leo Burnett เอาเพลงและ Profile ของ 14 Indie Bands มาใส่ไว้ใน 14 QR Codes จากนั้นนำ QR Codes เหล่านั้นมาประกอบเป็นรูปสัตว์ และนำไปติดตั้งทั่ว Hong Kong

ตรงนี้แหละครับที่ผมคิดว่า Campaign เริ่ม “ฉลาด”

เพราะถ้าเป็น Campaign ทั่วไป

QR Code มักมีหน้าที่แบบนี้

Poster → QR Code → Website

QR เป็นเพียง Shortcut

แต่ใน Hidden Sound

QR Code = Creative Object

ตัว QR เองกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพสัตว์

และเมื่อแต่ละ QR เชื่อมกับเพลงคนละเพลง การเจอ QR แต่ละส่วนก็กลายเป็นการค้นพบเสียงอีกหนึ่งชิ้น

ผู้ใช้สามารถ Scan ส่วนต่างๆ เพื่อค้นหาเพลงและข้อมูลของวง และสามารถซื้อเพลงจากมือถือ รวมถึงแชร์ต่อผ่าน Facebook และ Social Media ได้

ดังนั้น Journey จึงประมาณนี้

Find → Scan → Discover → Listen → Buy → Share

และสิ่งที่น่าสนใจคือมันไม่ได้ถูกออกแบบเป็นหลาย Campaign

มันคือ Journey เดียว

จาก Media ที่ต้อง “ซื้อ” กลายเป็น Media ที่คน “ออกไปหา”

นี่คือส่วนที่ผมคิดว่า Marketer ควรหยิบกลับไปคิดต่อ

เพราะถ้ามอง Campaign นี้แค่ในมุม Creative เราจะเห็นแค่

“เอา QR Code มาทำเป็นรูปสัตว์ เก๋ดี”

แต่ถ้ามองในมุม Business Logic จะเห็นอะไรอีกแบบ

Zoo Records มีปัญหาเรื่อง Distribution of Attention

เพลง Indie ไม่มีพื้นที่ใน Mass Media มากพอ

ดังนั้น Campaign จึงไม่ได้พยายามซื้อ Attention เพิ่ม

แต่เปลี่ยนวิธีได้ Attention

จาก

Brand ซื้อพื้นที่ → คนเห็น

เป็น

Brand ซ่อนสิ่งของ → คนออกไปค้นหา

นี่เป็นความแตกต่างที่ใหญ่มาก

เพราะเมื่อ Media ถูกทำให้เป็นสิ่งที่ต้องค้นหา คนไม่ได้เพียง “รับสาร”

แต่ต้อง ลงมือทำอะไรบางอย่าง

และการกระทำนั้นพาไปสู่ Product Discovery โดยตรง

Scan แล้วฟัง

ฟังแล้วซื้อ

ซื้อแล้วแชร์

D&AD ซึ่งบันทึกงานนี้ไว้ก็อธิบาย Mechanic ในทิศทางเดียวกันว่า QR Codes ถูกประกอบเป็นรูปสัตว์ที่ซ่อนอยู่ในเมือง และการ Scan สามารถนำไปสู่การค้นพบเพลงและการซื้อ CD ได้

Idea นี้ไม่ได้อยู่แค่ใน Case Film

Hidden Sound Campaign ถูกสร้างในเดือนมีนาคม 2010 และใช้ Outdoor เป็นหนึ่งในช่องทางหลัก โดย Campaign Asia ระบุว่า Leo Burnett นำ 14 QR Codes ไปกระจายอยู่ในเมืองเพื่อสร้าง Curiosity และ Viral Reaction

ในด้านรางวัล Campaign Asia ระบุว่า Hidden Sound ได้ Gold ที่ Cannes 2010 และได้รับรางวัลอื่นๆ อีกหลายรายการ

ส่วน Hong Kong Government ก็ยืนยันว่า Leo Burnett Hong Kong ได้หนึ่ง Gold Lion จาก Cannes Lions 2010 ในกลุ่มผลงานที่รวม Hidden Sound Campaign อยู่ด้วย

สำหรับผลลัพธ์ Agency ระบุว่า มีคนแชร์เพลงที่ค้นพบใหม่ผ่าน YouTube, Facebook, Twitter และ Personal Blogs จำนวนมาก และ มากกว่าครึ่งของ 14 วงขายอัลบั้มหมดภายในสัปดาห์แรก

ตรงนี้ผมอยากแยก Fact ให้ชัด

รางวัล, จำนวน 14 วง, 14 QR Codes, การประกอบเป็นรูปสัตว์ และ Mobile Purchase/Sharing มีหลักฐานจาก Case Materials และ Trade Press

แต่ตัวเลข “มากกว่าครึ่งขายอัลบั้มหมดในสัปดาห์แรก” เป็นผลลัพธ์ที่มาจาก Agency Case Study ซึ่ง Campaign Asia นำเสนอซ้ำ ไม่ใช่ตัวเลขที่ผมหา Independent Sales Audit มายืนยันได้

ดังนั้นผมจะใช้มันในฐานะ Agency-reported result ไม่ใช่ตัวเลขยอดขายที่ผ่านการตรวจสอบอิสระ

Technology ไม่ได้ทำให้ Campaign ใหม่ แต่ Mechanic ทำ

Framework Technology Creative Mechanic Commerce ที่ทำให้ QR Code กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Idea ใน Hidden Sound Campaign

นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นบทเรียนจริงของ Case นี้

ผมไม่คิดว่า Lesson คือ

“ใช้ QR Code ให้ Creative”

เพราะนั่นยังตื้นเกินไป

สิ่งที่ Zoo Records ทำจริงๆ คือการเอา Technology ไปอยู่ในทุกชั้นของ Campaign

Technology

QR Code

Creative

QR Code ถูกทำให้เป็นสัตว์ที่ซ่อนอยู่ในเมือง

Mechanic

คนต้องค้นหาและ Scan เพื่อปลดล็อกเพลง

Experience

Find → Scan → Listen → Discover

Commerce

Buy → Share

สิ่งที่น่าสนใจคือแต่ละชั้นสนับสนุนกัน

Hidden Sound ทำให้ต้องมีสิ่งที่ “ซ่อน”

สิ่งที่ซ่อน ทำให้เกิดการค้นหา

การค้นหา ทำให้ QR Code มีหน้าที่เป็น Game Mechanic

QR Code ทำให้การค้นพบเชื่อมเข้ากับเพลง

เพลง เชื่อมเข้ากับการซื้อ

นี่คือเหตุผลที่ผมไม่เรียกมันว่า “QR Code Campaign”

ผมเรียกมันว่า Experience ที่บังเอิญใช้ QR Code เป็น Technology

และนี่เป็น Principle ที่สำคัญมาก

อย่าเริ่มจาก Technology แล้วหาวิธีเอามันมาใส่ Campaign

เริ่มจาก Behavior ที่อยากให้เกิด แล้วค่อยหา Technology ที่ทำให้ Behavior นั้นเกิดขึ้นได้

ถ้าเป็น Brand วันนี้ เราควรถามอะไรใหม่?

ผมบอกทีม Marketing เวลาเจอ Technology ใหม่ๆ แบบนี้เลย

อย่าเพิ่งถามว่า

“เราจะใช้ Technology นี้ทำอะไร?”

เพราะคำถามนี้มักจบที่การเอา Technology ไปแปะบน Campaign เดิม

ลองกลับคำถามเป็น

“เราอยากให้ลูกค้าทำอะไร ที่ตอนนี้เขายังไม่มีเหตุผลจะทำ?”

เช่น

ถ้าอยากให้คน Explore Product มากขึ้น

อย่าคิดแค่ QR → Product Page

แต่ถามว่า

เราจะทำให้ Product Discovery กลายเป็นสิ่งที่คนอยากค้นหาได้อย่างไร?

ถ้าอยากให้คน มีส่วนร่วมกับ Brand

อย่าคิดแค่ Interactive Content

ถามว่า

เราจะเปลี่ยน Audience จากคนดูให้เป็นคนเล่นได้อย่างไร?

ถ้าอยากให้คน ซื้อทันทีหลังเกิด Discovery

อย่าปล่อย Commerce เป็นขั้นตอนสุดท้าย

ถามว่า

เราจะทำให้ Moment ที่คนพูดว่า “อันนี้น่าสนใจ” เชื่อมกับการซื้อได้ทันทีหรือเปล่า?

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม Framework แบบ

TECH → CREATIVE → MECHANIC → COMMERCE

ถึงมีประโยชน์

ไม่ใช่เพราะมันเป็นสูตรสำเร็จ

แต่เพราะมันช่วยให้เราตรวจว่า Technology ที่กำลังจะเอาเข้ามาใน Campaign นั้น มีหน้าที่จริงหรือแค่ถูกเอามาโชว์

Technology ที่ล้ำที่สุด อาจไม่ใช่ Technology ใหม่

สิ่งที่ผมชอบที่สุดใน Hidden Sound คือ

มันไม่ได้พยายามทำให้ Technology ดูน่าตื่นเต้น

QR Code ในตัวมันเองไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นขนาดนั้น

แต่ทีมเอา QR Code ไปอยู่ในที่ที่คนไม่คิดว่าจะเจอ

ทำให้มันกลายเป็นสัตว์

ทำให้สัตว์กลายเป็น Clue

ทำให้ Clue กลายเป็น Game

ทำให้ Game กลายเป็น Music Discovery

แล้วต่อ Discovery เข้ากับ Commerce

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นด้วย Technology ที่วันนี้เรามองว่า ธรรมดามาก

นี่ทำให้ผมคิดว่า เวลาเราบอกว่า

“Campaign นี้ต้องใช้ Technology ใหม่ถึงจะทำได้”

บางทีปัญหาอาจไม่ใช่ Technology ที่เรามี

แต่อาจเป็นเพราะเรายังไม่ได้ออกแบบ Mechanic ที่ดีพอ

เพราะสุดท้ายแล้ว

Technology ที่ดี ไม่จำเป็นต้องใหม่

แต่มันต้องทำให้คนอยากทำบางอย่างที่เมื่อก่อนไม่อยากทำ

และนั่นแหละครับ คือสิ่งที่ Zoo Records ทำกับ QR Code ตั้งแต่ปี 2010

References

Primary Sources

  1. Ads of the World — Zoo Records: Hidden Sound Campaign
  2. D&AD — Hidden Sound Campaign
  3. Campaign Asia — Agency Portfolio: Zoo Records / Hidden Sound Campaign

Supporting Sources

  1. Campaign Asia — CASE STUDY: Leo Burnett brings alternative sound to Hong Kong
  2. Campaign Asia — Top 10 Best of Cannes 2010
  3. Hong Kong Government — HK advertising agencies win international awards
  4. MobiForge — Cannes Lions 2010 award-winning mobile campaigns


Related Posts 

บทความเพิ่มเติม

Discover more from Spark Factor - Digital Marketing Agency

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading